ท่องเที่ยวไทยปี 2555 เสี่ยงเสียผู้นำอาเซียน

ท่องเที่ยวไทยปี 2555 เสี่ยงเสียผู้นำอาเซียน

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

//

นายกงกฤช หิรัญกิจ ประธานฝ่ายนโยบาย สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.)

นายกงกฤช หิรัญกิจ ประธานฝ่ายนโยบาย สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า ปี 2554 เป็นปีที่ท่องเที่ยวมีการเติบโตสูง และทำให้สามารถปรับฐานนักท่องเที่ยวให้กลับมาเติบโตอีกครั้ง แต่ด้วยปัญหาน้ำท่วมทำให้ต้องปรับเป้าหมายใหม่ จากเดิม 19.5 ล้านคน เหลือเพียง 18.6 ล้านคน เนื่องจากนักท่องเที่ยวหายไป 9 แสนคน มูลค่าความเสียหายราว 35,000 ล้านบาท
แต่ปัญหาน้ำท่วม ไม่ได้ก่อความเสียหายในเชิงรายได้เท่านั้น แต่ถือเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์เชิงลบด้านการท่องเที่ยวที่คุกคามไทยมาตลอด 8 ปี เริ่มจากปี 2546 ที่มีปัญหาโรคซาร์ส ปี 2547 เกิดเหตุการณ์สึนามิ และส่งผลต่อความเชื่อมั่นต่อเนื่องถึงปี 2548 ส่วนปี 2549 มีการรัฐประหาร ปี 2551 มีการปิดสนามบิน 3 แห่ง ปี 2552 มีการชุมนุมทางการเมืองระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ซัมมิต ที่พัทยา ส่งผลให้การประชุมต้องยกเลิก และปี 2553 มีการชุมนุมย่านราชประสงค์
“การเสียรายได้ไปกว่า 35,000 ล้านบาท ดูเหมือนจะเป็นจำนวนน้อย แต่ผลกระทบที่ใหญ่กว่าคือการสูญเสียขีดความสามารถในการแข่งขัน จากในปี 2546 ที่ไทยเคยมีสัดส่วนรายได้ถึง 36% เมื่อเทียบกับรายได้ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งหมด พอมาถึงปี 2553 สัดส่วนลดลงเหลือ 30% ขณะที่คู่แข่งอย่างมาเลเซีย เพิ่มจาก 23% เป็น 28% และสิงคโปร์ เพิ่มจาก 13-15%”
ชี้ต้องรื้อโครงสร้างท่องเที่ยวใหม่ทั้งหมด
ดังนั้น แม้ไทยจะรักษาการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ยังมีความเสี่ยงสูงจากความไม่สงบทั้งการเมืองและภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ทำให้บริษัทนำเที่ยวจากต่างประเทศต้องลดความเสี่ยงของตัวเองด้วยการไปแสวงหาจุดหมายประเทศอื่น เพราะฉะนั้นในปี 2555 นอกจากมาตรการกระตุ้นตลาดอย่างเร่งด่วนที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เริ่มวางแผนไว้แล้ว ถึงเวลาที่หน่วยงานภาครัฐต้องปรับปรุงโครงสร้างการท่องเที่ยวใหม่ทั้งหมด เพื่อไม่ให้ไทยสูญเสียบทบาทผู้นำในอาเซียน ระหว่างที่กำลังจะเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ปี 2558
สำหรับโครงสร้างท่องเที่ยวที่ภาครัฐควรหันมาจัดระเบียบทันที 3 เรื่องหลัก คือ 1.การจัดระเบียบแหล่งท่องเที่ยวและสร้างระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานให้ดีขึ้น โดยเฉพาะการสร้างระบบคมนาคมเพื่อตอบสนองนักท่องเที่ยวเดินทางด้วยตัวเอง (FIT) ซึ่งมีสัดส่วนถึง 70% เพื่อเอื้อให้คนเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวได้สะดวก
2.ภาครัฐมีมาตรการส่งเสริมภาคเอกชนทั้งในและต่างประเทศ ในการสร้างแหล่งท่องเที่ยวประเภทสร้างด้วยมือมนุษย์ (Man-made) โดยดูโมเดลความสำเร็จจากสิงคโปร์ ที่สร้างรีสอร์ทเวิลด์ เซ็นโตซ่า ทำให้มีนักท่องเที่ยวเพิ่มถึง 20% และ 3.การวางการบริหารวิกฤตล่วงหน้า ด้วยการเตรียมมาตรการเฝ้าระวังและปกป้อง  การมีมาตรการเยียวยาหลังจากเกิดวิกฤตนั้นเป็นเรื่องดีแต่ยังไม่เพียงพอ ในข้อนี้ สทท.จะเตรียมเสนอมาตรการประกันภัยการท่องเที่ยวให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาพิจารณา เพื่อเรียกความเชื่อมั่นและมั่นใจให้กับต่างชาติ หลังจากไทยเผชิญปัญหาต่างๆ มาตลอด 7-8 ปีที่ผ่านมา
เพิ่มรายได้อุตฯไมซ์
นายสุเมธ สุทัศน์ ณ อยุธยา นายกสมาคมการประชุมนานาชาติ (ไทย) กล่าวไปในทิศทางเดียวกันว่า ภาพลักษณ์ของไทยที่ถดถอยในสายตาของต่างชาติจากการมีปัญหารุมเร้าต่อเนื่องหลายปี กำลังเป็นปัจจัยที่จะบั่นทอนตัวเอง โดยเฉพาะเรื่องการเมือง ที่จะทำให้ไทยในสายตาของผู้มีอำนาจในการตัดสินใจเลือกจัดทริปประชุมสัมมนาในไทย มีภาพเชิงลบ ทำให้อาจเลี่ยงเดินทางมาไทยเพราะไม่ต้องการเผชิญความเสี่ยงรอบด้านที่อาจเกิดขึ้น
นอกจากนี้ ยังต้องเผชิญคู่แข่งต่างชาติที่โหมทำการตลาดดึงกลุ่มไมซ์มากขึ้น เช่น เกาหลีใต้ ที่ดึงความความน่าสนใจและเสน่ห์ของประเทศออกมาใช้ได้ดี ขณะที่ ออสเตรเลีย มีระบบจัดการของธุรกิจไมซ์ที่มีประสิทธิภาพ และมีเมืองที่เข้มแข็งอย่าง ซิดนีย์ ที่มีทักษะในการดึงจุดขายที่เด่นที่สุดออกมาได้ ส่วนไทย ที่มีไฮไลต์ด้าน “ความคุ้มค่าเงิน” หรือ Value for Money มาอย่างยาวนานนั้น โดยส่วนตัวเห็นว่า เป็นจุดแข็งที่ไม่ดีนัก และในปีหน้า ถึงเวลาที่ควรจะยกระดับคุณภาพขึ้น เพื่อดึงราคาเฉลี่ยให้ปรับเพิ่มขึ้น และสร้างตัวสินค้าให้มีความน่าดึงดูด น่ามาเยือน มากกว่า เพราะที่ผ่านมาเราเสียหายในเรื่องการภาพลักษณ์ที่ถูกกว่า มาเลเซีย
นอกจากนี้ ยังมองว่าไทยยังมีโอกาสเพิ่มรายได้จากอุตสาหกรรมไมซ์ได้มากกว่านี้ จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนราว 6% เมื่อเทียบกับรายได้ท่องเที่ยวทั้งหมด โดยสัดส่วนที่น่าจะเป็นไปได้คือ 15% แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับการปรับแผนและ
โรงแรมหวั่นการเมืองฉุดธุรกิจปี 2555
ธุรกิจโรงแรม เป็นหนึ่งในภาคการท่องเที่ยวที่ยังเติบโตในปีที่ผ่านมา และมีแนวโน้มการขยายตัวจากตลาดท่องเที่ยวที่เตรียมกลับเข้ามาหลังจากน้ำท่วม แต่ขณะเดียวกันก็ยอมรับว่า ความเสี่ยงเรื่องการเมือง เป็นปัญหาที่อาจมีผลมากที่สุดสำหรับปี 2555 นี้
นายประกิจ ชินอมรพงษ์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) กล่าวว่า ธุรกิจโรงแรมคาดหวังการเติบโตในปี 2555 ไม่ต่ำกว่า 10%  ขณะที่การปรับราคาห้องพักเฉลี่ยคาดว่าจะอยู่ในระดับ 5-8% ทั้งนี้อยู่ภายใต้เงื่อนไขว่าจะต้องปราศจากเหตุการณ์ไม่สงบภายในประเทศ
ปัจจัยเสี่ยงที่ธุรกิจโรงแรมกังวลอันดับหนึ่ง คือ ปัญหาการเมือง เนื่องจากมีผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่างชาติ และเป็นปัญหาที่ทำให้ไทยสูญเสียโอกาสมาต่อเนื่องแล้วถึง 3 ปีติดต่อกัน ขณะที่ปัญหาน้ำท่วม ยังเชื่อมั่นการจัดการบริหารของภาครัฐว่าจะป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ท่วมซ้ำต่อเนื่องได้
ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่าหากควบคุมปัจจัยลบที่กังวลไว้ได้ ก็มีโอกาสที่ไทยจะต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ถึง 20.3-20.4 ล้านคนในปีหน้า เนื่องจากหน่วยงานรัฐและเอกชนด้านท่องเที่ยว มีแผนร่วมมือกันในหลายโครงการที่จะเป็นการฟื้นฟูและกระตุ้นตลาดอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นโครงการ “มิราเคิล ไทยแลนด์” ที่จะมีกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตลอดปี หรือ “บิวตี้ฟูลไทยแลนด์” เรียกความมั่นใจหลังจากวิกฤติน้ำท่วม ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) มีแผนยกเครื่องการต้อนรับชาวต่างชาติตั้งแต่ด่านแรกที่สนามบินแห่งชาติ ขณะที่ธุรกิจโรงแรม มีการหารือเช่นกันว่า จะให้แต่ละแห่งจัดกิจกรรมสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าของตัวเองเป็นพิเศษ
สำหรับปี 2554 ที่ผ่านมา ธุรกิจโรงแรมทั่วไทยเติบโต 18-20% น้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้เดิมที่ 27% เนื่องจากเหตุการณ์อุทกภัยในช่วงไตรมาสสุดท้าย โดยพื้นที่ที่มีผลงานโดดเด่นที่สุด ยังคงเป็น ภูเก็ต และสมุย ซึ่งอัตราเข้าพักเฉลี่ยตลอดปีอยู่ที่ 70-75% ขณะที่เชียงใหม่ เติบโตที่สุดในรอบ 5 ปีด้วยอัตราเฉลี่ย 50% เพิ่มจากปีที่แล้วเฉลี่ย 30-40% เพราะมีการจัดมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติกระตุ้นบรรยากาศส่งท้ายเดือนธ.ค. 2554 ที่มีการเข้าพักสูงถึง 80-85% ส่วนกรุงเทพฯ ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงทั้งจากปัญหาน้ำท่วม และข่าวความไม่สงบในช่วงปีใหม่ มีอัตราเข้าพัก 60-62% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนราว 20%
 
      

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s