ประเทศฟิลิปปินส์

ฟิลิปปินส์

ธงชาติ

ตราแผ่นดิน

เพลงชาติ

ชื่อทางการ : สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ (Republic of the Philippines) 
ที่ตั้ง : เป็นประเทศหมู่เกาะที่ประกอบด้วยเกาะจำนวนทั้งสิ้น 7,107 เกาะ ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก ห่างจากเอเชียแผ่นดินใหญ่ทางตะวันออกเฉียงใต้ ประมาณ 100 กม. และมีลักษณะพิเศษ คือ เป็นประเทศเพียงหนึ่งเดียวที่มีพรมแดนทางทะเลที่ติดต่อระหว่างกันยาวมากที่สุดในโลก

  • ทิศตะวันตกและทิศเหนือติดกับทะเลจีนใต้
  • ทิศตะวันออกและทิศใต้ติดกับมหาสมุทรแปซิฟิก
  • อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 1,800 กิโลเมตร

พื้นที่ : 298,170 ตารางกิโลเมตร (ประมาณ 3 ใน 5 ของประเทศไทย) 
เมืองหลวง : กรุงมะนิลา (Manila) 
ประชากร : 88.7 ล้านคน (พ.ศ.2550) 
ภูมิอากาศ : มรสุมเขตร้อน ได้รับความชุ่มชื้นจากลมมรสุมทั้ง 2 ฤดู ได้รับฝนจากลมพายุไต้ฝุ่น และดีเปรสชั่น บริเวณที่ฝนตกมากที่สุด คือ เมืองบาเกียว เป็นเมืองที่ฝนตกมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 
ภาษา : มีการใช้ภาษามากกว่า 170 ภาษา โดยส่วนมากเกือบทั้งหมดนั้นเป็นตระกูลภาษาย่อยมาลาโย-โปลินีเซียนตะวันตก แต่ในปี พ.ศ. 2530 รัฐธรรมนูญได้ระบุให้ภาษาฟิลิปิโน (Filipino) และภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการ ส่วนภาษาต่างประเทศอื่น ๆ ที่ใช้กันมากในประเทศฟิลิปปินส์มีทั้งหมด 8 ภาษา ได้แก่ ภาษาสเปน ภาษาจีนฮกเกี้ยน ภาษาจีนแต้จิ๋ว ภาษาอินโดนีเซีย ภาษาซินด์ ภาษาปัญจาบ ภาษาเกาหลี และภาษาอาหรับ โดยฟิลิปปินส์นั้น มีภาษาประจำชาติคือ ภาษาตากาล็อก 
ศาสนา : ร้อยละ 92 ของชาวฟิลิปปินส์ทั้งหมดนับถือศาสนาคริสต์ โดยร้อยละ 83 นับถือนิกายโรมันคาทอลิก และร้อยละ 9 เป็นนิกายโปรเตสแตนต์ มุสลิมร้อยละ 5 พุทธและอื่น ๆ ร้อยละ 3 
สกุลเงิน : เปโซ (Peso : PHP) อัตราแลกเปลี่ยนประมาณ (ซื้อ) 0.72 บาท/ 1 เปโซ (ขาย) 0.75 บาท/ 1 เปโซ (มกราคม 2552) 
ระบอบการปกครอง : ประชาธิปไตยแบบประธานาธิบดีเป็นประมุขและหัวหน้าฝ่ายบริหาร (วาระ 6 ปี)

  • ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน คือ นางกลอเรีย มาคาปากัล อาร์โรโย (Gloria Macapagal Arroyo) ซึ่งได้รับการรับรองให้เป็นผู้ชนะการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2547

          มะนิลา งามดั่งไข่มุกแห่งบูรพา

 มะนิลา

มะนิลา

มะนิลา

มะนิลา งามดั่งไข่มุกแห่งบูรพา (Lisa)

          มะนิลา (Manila) ถือว่าเป็นเมืองใหญ่ ที่สำคัญที่สุดของฟิลิปปินส์ ตั้งอยู่ ณ ปากแม่น้ำปาชิก (Pasig) ก่อนจะไหลเรื่อยสู่มหาสมุทรแปซิฟิก เมื่อครั้งเก่าก่อนในสมัยที่ตกอยู่ภายใต้อาณานิคมของประเทศสเปน มะนิลา งามจนได้รับสมญานามว่า “ไข่มุกแห่งบูรพา” (Pearl of The Orient)

          หากแต่ในปัจจุบันนี้ มะนิลา ก็ยังคงความงามอยู่เสมอในห้วงคำนึงของนักเดินทาง ที่สำคัญยิ่งกว่าเมืองแห่งนี้เป็นเมืองหลวงที่เป็นศูนย์กลางการค้าและอุตสาหกรรม รวมไปถึงการท่องเที่ยวที่สำคัญของฟิลิปปินส์ที่ไม่ควรพลาดไปเยี่ยมเยือน

File:Intramuros 002.JPG

อวลไอกลิ่นความหลังที่ “อินทรามูรอส”

          การเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ประจำเมือง ถือเป็นการโหมโรงการเดินทางที่ยอดเยี่ยมที่สุด เพราะกิจกรรมนี้จะทำให้เราซาบซึ้งกับความเป็นมาของแต่ละสถานที่ ที่เรากำลังจะพัดผ่านไปเยี่ยมเยือน ดังนั้น ก่อนจะเรื่อยเลาะไปยังสถานที่อื่น ๆ ภายในมะนิลา การมาย้อนอดีตกันที่ อินทรามูรอส จึงถือเป็นโปรแกรมที่พลาดไม่ได้จริง ๆ

          อินทรามูรอส (Intramuros) ตั้งอยู่ ณ ริมแม่น้ำฟาร์ซิกไรซัล (Rizal Park) ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปีค.ศ.1571 โดยกลุ่มชาวสเปนที่มีผู้นำในการก่อสร้างคือ Miguel Lopez de Legazpi เพื่อป้องกันการรุกรานจากกลุ่มโจรสลัด อินทรามูรอส เคยถูกเปลี่ยนมือไปสู่การดูแลของอังกฤษในช่วงปีค.ศ.1762 ก่อนที่สเปนจะตีคืนมาได้ใน 2 ปีถัดมา และ อินทรามูรอส ก็ถูกเปลี่ยนมืออีกครั้งไปสู่สหรัฐอเมริกาในปีค.ศ.1898 ก่อนที่จะถูกญี่ปุ่นเข้าทำลายและยืดครองในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

          หลังจากที่ผ่านทั้งพายุ แผ่นดินไหว ไฟไหม้ และภัยสงคราม อินทรามูรอส ก็แทบจะไม่เหลืออะไรให้เห็น กระทั่งกลายเป็นเมืองร้างในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ก่อนที่ทางการจะยื่นมือเข้ามาบูรณปฏิสังขรณ์ จนมีสภาพดีขึ้นอย่างที่เห็นในปัจจุบัน และกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมเมื่อมาเยือนมะนิลา ภายใน ป้อมอินทรามูรอส ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นศูนย์กลางในการปกครองการศึกษา วัฒนธรรม ศาสนา และการค้า ฯลฯ ลักษณะทางสถาปัตยกรรมเหมือนเมืองในสมัยยุโรปยุคกลาง ที่มีกำแพงล้อมรอบและค่ายป้อมยามมิดชิด ภายในพื้นที่เกือบ 400 ไร่ ถูกล้อมด้วยกำแพงหินสูงที่มีโบสถ์ โรงเรียน และสถานที่ราชการตั้งอยู่ภายใน

Church of San Agustin 2, Manila, Philippines

สืบศรัทธาจาก “โบสถ์ซานอะกุสติน” ถึง “โบสถ์มะนิลา”

          นักเดินทางผู้ยิ่งใหญ่หลายคนต่างก็เคยพูดไว้ในบทบันทึกการเดินทางของเขาอยู่เสมอว่า “หากอยากสัมผัสถึงจิตวิญญาณที่แท้จริงของผู้คนในพื้นที่ที่เราไปเยือนต้องไม่พลาดการไปชมศาสนสถาน” ดังนั้น เมื่อมาเยือนมะนิลาทั้งที การไม่ได้ไปชมศาสนสถานประจำเมืองจึงเป็นเรื่องน่าเสียดาย เริ่มต้นการสัมผัสจิตวิญญาณของชาวมะนิลากันก่อนที่ โบสถ์ซานอะกุสติน (San Agustin Church) ซึ่งสร้างขึ้นในปีค.ศ.1599 ตามแบบสถาปัตยกรรมของสเปน สร้างด้วยหินอ่อนทั้งหลังมีความสง่างาม ถือเป็นสิ่งปลูกสร้างหนึ่งเดียว ภายในอินทรามูรอสที่ไม่ถูกระเบิดในสงครามโลกครั้งที่ 2

          เสน่ห์ของ โบสถ์ซานอะกุสติน ก็คือผนังโบสถ์ด้านหน้าที่ชวนมองในสไตล์ดอริกเกลี้ยง ๆ รวมถึงบานประตูใหญ่ที่แกะสลักหินเป็นรูปนักบุญอะกุสติน กับนักบุญโมนีกาที่งดงามน่าเจริญศรัทธาเป็นอย่างยิ่ง ใกล้ ๆ กับโบสถ์ยังเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ที่เก็บสมบัติล้ำค่าไว้ให้ได้ชื่นชมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นงานศาสนศิลป์ งานประณีตศิลป์รวมถึงงานเครื่องถ้วยแบบสเปนและเม็กซิกัน

Cathedral de Manila 3, Manila, Philippines

          ถัดจากโบสถ์ซานอะกุสตินก็ควรพาตัวเองไปเยี่ยมโบสถ์เก่าแก่ที่สำคัญของมะนิลานั่นคือ โบสถ์มะนิลา (Manila Cathedral) ที่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยที่มะนิลาเป็นส่วนหนึ่งของอาณานิคมสเปน โดยพระประสงค์ของพระสันตะปาปาเกรโกรีที่ 13 ดังนั้น โบสถ์แห่งนี้จึงมีอายุเก่าแก่กว่า 500 ปี จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่โบสถ์แห่งนี้จะผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างโชกโชน ที่สำคัญยังคงยืนหยัดอยู่คู่ศรัทธาของชาวกรุงมะนิลามาจวบจนปัจจุบัน

Casa Manila 3, Manila, Philippines

เยือนถิ่นเก่าผู้ดีสเปนที่ “คาซา มะนิลา”

          คาซา มะนิลา (Casa Manila) ถือเป็นหย่อมย่านที่พักอาศัยของชนชั้นสูงชาวสเปนในอดีต ซึ่งถูกบูรณะขึ้นมาใหม่ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ สำหรับคนที่โหยหาเรื่องราวในอดีต หากเดินย่ำต๊อกไปตามถนนสายเล็ก ๆ ภายในย่านแห่งนี้ก็จะได้สัมผัสกับตึกทรงโบราณแบบสเปน ที่สวยงามแปลกตาและหาชมไม่ได้ง่าย ๆ แม้ในประเทศเจ้าอาณานิคมอย่างสเปน ที่สำคัญยิ่งกว่าภายในอาคารต่าง ๆ เหล่านั้น ยังมีการจัดแสดงจำลองวิถีชีวิตความเป็นอยู่จริง ๆ ในสมัยนั้นให้ได้ชมกันอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง

          หลังจากได้เดินชมความสวยงามของย่านคาซา มะนิลากันแล้ว ก็ควรอย่างยิ่งกับการมาเดินกันต่อที่ สวนไรซาล (Rizal Park) หรือเรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่าื ลูเนตา (Luneta) เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่กลางกรุงมะนิลาทั้งยังเป็นทั้งตั้งของ อนุสาวรีย์โฮเซ่ ไรซาล (Jose Rizal) ผู้นำในการปลดแอกฟิลิปปินส์จากสเปนในช่วงค.ศ.1896-1898 และในบริเวณเดียวกัน ก็เป็นจุดที่ฟิลิปปินส์ประกาศอิสรภาพเหนือสหรัฐอเมริกาในปีค.ศ.1941 อนุสาวรีย์นี้จึงทวีความสำคัญในฐานะเป็นหลักกิโลเมตรแรก สำหรับนับระยะถนนทุก ๆ สายในเกาะลูซอน

มะนิลา

Extra Tips

          สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ (Republic of The Philippines) น่าเดินทางไปเยี่ยมเยือนโดยเฉพาะผู้ที่ชื่นชอบท่องเที่ยวเชิงศึกษาประวัติสาสตร์และวัฒนธรรม เพราะมีความโดดเด่นในเรื่องของวัฒนธรรมที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากสเปนและสหรัฐอเมริกาในยุคอาณานิคม ดังนั้น สีสันทางวัฒนธรรมของฟิลิปปินส์ในวันนี้จึงเป็นการผสมผสานทั้งความเป็นตะวันออกและตะวันตกเข้าไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว

          ชื่อเดิมของเมือง มะนิลา (Manila) นั้นคือ “ไมนีลัด” เหตุที่ได้ชื่อนี้เพราะดินแดนแถบนั้นคลาคล่ำไปด้วย “ต้นนีลัด” ซึ่งเป็นไม้พื้นถิ่นที่มีพวงดอกเป็นสีขาว สะอาดตา ก่อนที่จะกร่อนเสียงและเพี้ยนเป็นมะนิลาในวันนี้

          ตลาดกลางมากาติ (Makati) ถือเป็นแหล่งช้อปปิ้งที่มีชื่อเสียงที่สุดของมะนิลา เพราะตั้งอยู่ ณ จุดกึ่งกลางของย่านธุรกิจชั้นนำ ทั้งยังรายรอบด้วยโรงแรมหลายระดับมากมาย รวมทั้งยังเป็นที่ตั้งของห้างสรรพสินค้าใหญ่ ๆ หลายแห่ง ภายในตลาดกลางมากาติมิให้เลือกช้อปทั้งสินค้าพื้นเมือง ของที่ระลึก รวมถึงสินค้าแบรนด์เนมสุดหรู

          ประเพณีปฏิบัติของชาวฟิลิปปินส์ในวันอาทิตย์จะเป็นวันไปโบสถ์ตามศาสนกิจของชาวคริสต์ และหลังจากเสร็จสิ้นศาสนกิจชาวฟิลิปปินส์ส่วนมากนิยม ไปชุมนุมกันที่ร้านอาหารเพื่อร่วมรับประทานอาหารในหมู่เครือญาติ ดังนั้น ในวันนี้ร้านอาหารจึงเนืองแน่นไปด้วยผู้ใช้บริการ

ที่มา ; http://www.strategy10.moe.go.th/asean/index.php?option=com_content&view=article&id=17&Itemid=16

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s